ผมเจอเจ้านกตัวนี้ที่ลพบุรี ผมเห็นมันอยู่ไปทั่วทั้งเมือง ดูแปลกตาดีเพราะที่บ้านผมที่ภาคใต้จะมีน้อยมาก เคยเจอตัวเป็นๆที่ชุมพร ที่นครศรีธรรมราช แต่ก็อาจจะเป็นช่วงที่นกเอี้ยงหงอน อพยพลงมาเสียมากกว่า ดังนั้นเมื่อมาเจอที่นี่ก็ต้องบันทึกภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกซักหน่อย
จากการที่ค้นหาข้อมูล พบว่ามีคนเลี้ยงเจ้านกเอี้ยงหนอนตัวนี้กันมากอยู่พอสมควร เขาว่ามันน่ารัก เขาว่ามันพูดได้ แต่สำหรับผมแล้ว ให้ทันอยู่นอกกรง มีอิสระที่จะบินไปบินมาในธรรมชาติแบบนี้ดีที่สุดแล้วครับ
นภดล มณีวัต
นกเอี้ยงหงอน
ข้อมูลเพิ่มเติมที่หามาจากในอินเตอร์เนตครับ
ชื่อท้องถิ่น: นกเอี้ยงหงอน
ชื่อสามัญ: (White-vented Myna)
ชื่อวิทยาศาสตร์: Acridortheres javanicus
ชื่อวงศ์: STURNIDAE
ลักษณะ ปากสีเหลือง มีหงอนเป็นขนตั้งชันขึ้นที่โคนปาก ตาสีน้ำตาล ขนปกคลุมลำตัวสีดำ ปลายปีกมีแถบขาว ก้นและปลายหางสีขาว ขาสีเหลือง ขนาดประมาณ 25 เซ็นติเมตร
แหล่งที่พบบริเวณป่าชุมชนและพื้นที่ป่าทั่วไป
พฤติกรรม ชอบอยู่เป็นฝูงและส่งเสียงดังเสมอ และลงมาหากินอยู่บนพื้นดิน เพื่อจิกหนอนและแมลง กินเป็นอาหาร
สถานะภาพ นกประจำถิ่น พบได้บ่อยมาก
พื้นที่อาศัย ชุมชน สวน ทุ่งนา ทุ่งหญ้า ภูเขา
แหล่งกระจายพันธุ์ : ทุกภาค ยกเว้นภาคใต้ แต่ผมก็เคยเจอแถวๆชุมพร
แหล่งที่มาของข้อมูล: http://www.reocities.com/SoHo/Study/7416/myna834.html
วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
บ้านในฝัน
บ้านในฝัน คำนี้เป็นคำที่หลายๆคนชอบใช้กัน บางคนใช้คำนี้สมัยที่ยังไม่มีบ้าน บางคนใช้คำนี้เมื่อมีบ้านแล้วแต่ไม่ได้แบบที่อยากได้ แต่สำหรับผม ผมมีบ้านในแบบที่อยากได้อยู่แล้ว แต่ด้วยกิเลสส่วนตัวทำให้อยากได้บ้านในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งผมจะมองหาอยู่เสมอในเวลาที่ขับรถ สองข้างทางในพื้นที่ชนบทบ้านเรานั้นยังมีบ้านเก่าๆที่ดูสวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นอยู่มาก แลบ้านหลังนี้ด้วยเช่นกัน
บ้านหลังนี้อยู่ในถนนสายล่างจากพุนพินไปท่าชนะ แต่จะอยู่ตรงไหนนั้นไปหากันเอาเองนะครับ แค่ผมแอบถ่ายภาพมานี่ก็รู้สึกเกรงใจเจ้าของบ้านมากพออยู่แล้วที่ไปละเมิดสิทธิ์ในบ้านของเขามา แต่เป็นเพราะชอบจริงๆเลยต้องถ่ายภาพมาให้ชม ต้องขออภัยเจ้าของบ้านไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ บ้านหลังนี้เป็นรูปแบบของบ้านในภาคใต้ ที่มีระเบียงกว้างๆไว้นั่งรับลม กินข้าว หรือจะดื่มอะไรๆเย็นๆได้อย่างสบายๆ มีบริเวณกว้างขวง และมีใต้ถุนสูง ทำให้เวลาหน้าน้ำหลาก ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่อยู่ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนไทยสมัยก่อนอย่างแท้จริง ตัวบ้านจะไม่ร้อนเวลาเพราะเปิดโล่งรับลม ไม่เหมือนบ้านที่สร้างด้วยอิฐ ปูน และมีรูปทรงแบบฝรั่ง ที่เรียกว่าทรงโมเดิร์น อะไรๆแบบนั้น
บ้านรูปทรงแบบนี้จึงเป็นบ้านในฝันของผมอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ผมอยากได้ โดยรอบๆจะปลูกต้นไม้ให้ร่มครึ้มไปตลอดทั้งสี่ด้าน และถ้ามีโอกาสผมจะสร้างบ้านแบบนี้ให้ได้ แต่อาจจะเล็กกว่านี้ซักหน่อยเพราะลองคำนวณราคาคร่าวๆแล้ว ก็คงจะต้องฝันไปอีกหลายปีเลยทีเดียว ดีไม่ดีอาจจะทะได้แค่ฝันเท่านั้นเอง
วันนี้มาเล่าความฝันกับทักทายทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านแค่นี้ก่อนนะครับ ห่างหายจากการเขียนไปหลายปี ดูจะติดๆขัดๆอยู่มาก แต่จะพยายามเขียนเรื่อยๆเพื่อฟื้นความทรงจำ และฝึกให้ชำนาญ ต่อไปเราจะได้คุยกันยาวๆกว่านี้ วันนี้ลากันตรงนี้เลยนะครับ
พบกันใหม่พรุ่งนี้ครับ
นภดล มณีวัต
บ้านหลังนี้อยู่ในถนนสายล่างจากพุนพินไปท่าชนะ แต่จะอยู่ตรงไหนนั้นไปหากันเอาเองนะครับ แค่ผมแอบถ่ายภาพมานี่ก็รู้สึกเกรงใจเจ้าของบ้านมากพออยู่แล้วที่ไปละเมิดสิทธิ์ในบ้านของเขามา แต่เป็นเพราะชอบจริงๆเลยต้องถ่ายภาพมาให้ชม ต้องขออภัยเจ้าของบ้านไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ บ้านหลังนี้เป็นรูปแบบของบ้านในภาคใต้ ที่มีระเบียงกว้างๆไว้นั่งรับลม กินข้าว หรือจะดื่มอะไรๆเย็นๆได้อย่างสบายๆ มีบริเวณกว้างขวง และมีใต้ถุนสูง ทำให้เวลาหน้าน้ำหลาก ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่อยู่ เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนไทยสมัยก่อนอย่างแท้จริง ตัวบ้านจะไม่ร้อนเวลาเพราะเปิดโล่งรับลม ไม่เหมือนบ้านที่สร้างด้วยอิฐ ปูน และมีรูปทรงแบบฝรั่ง ที่เรียกว่าทรงโมเดิร์น อะไรๆแบบนั้น
บ้านรูปทรงแบบนี้จึงเป็นบ้านในฝันของผมอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ผมอยากได้ โดยรอบๆจะปลูกต้นไม้ให้ร่มครึ้มไปตลอดทั้งสี่ด้าน และถ้ามีโอกาสผมจะสร้างบ้านแบบนี้ให้ได้ แต่อาจจะเล็กกว่านี้ซักหน่อยเพราะลองคำนวณราคาคร่าวๆแล้ว ก็คงจะต้องฝันไปอีกหลายปีเลยทีเดียว ดีไม่ดีอาจจะทะได้แค่ฝันเท่านั้นเอง
วันนี้มาเล่าความฝันกับทักทายทุกๆท่านที่เข้ามาอ่านแค่นี้ก่อนนะครับ ห่างหายจากการเขียนไปหลายปี ดูจะติดๆขัดๆอยู่มาก แต่จะพยายามเขียนเรื่อยๆเพื่อฟื้นความทรงจำ และฝึกให้ชำนาญ ต่อไปเราจะได้คุยกันยาวๆกว่านี้ วันนี้ลากันตรงนี้เลยนะครับ
พบกันใหม่พรุ่งนี้ครับ
นภดล มณีวัต
วัดห้วยมงคล
ผมเป็นคนที่เดินทางบ่อยมาก ขับรถกรุงเทพ ปักษ์ใต้ แทบจะทุกเดือน บางเดือนก็หลายครั้ง มีวัดที่ผมจะแวะพักเป็นประจำอยู่วัดนึง ตั้งอยู่ถนนเส้นบายพาสชะอำ มีหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ตั้งอยู่ด้วย นั่นก็คือวัดห้วยมงคลที่หัวหิน วัดนนี้มีความหลังกับผมหลายอย่าง พวกเราเคยมาร่วมปลูกต้นไม้กันที่หลังวัด ตอนนั้นเป็นโครงการร่วมกันกับ กฟผ. ที่จัดงานปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ์ในหลวง รวมทั้งเคยมาร่วมทำบุญสร้างพระหลวงพ่อโสธร ที่อยู่ด้านหลังหลวงปู่ทวด และที่สำคัญของขวัญปีใหม่หลายๆปีที่ผ่านมา ผมได้บูชาหลวงปู่ทวดที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้ไปเป็นของที่ระลึกให้กับผู้ที่เคารพนับถือหลายท่านด้วยเช่นกัน
ในสมัยที่ผมยังทำงานอยู่กับบริษัทเก่า ผมอยู่ประจำพื้นที่จังหวัดชุมพร เวลามีอบรมหรือมีตัวอย่างงานติดตั้ง มักจะเริ่มที่หัวหินหรือชะอำ ผมจะออกเดินทางจากชุมพรตอนตีห้า มาถึงหัวหินประมาณช่วงเช้าๆ บางครั้งงานเลื่อนออกไปเป็นช่วงบ่าย ผมก็ได้อาศัยวัดห้วยมงคลแห่งนี้เป็นที่พัก ได้ไหว้พระ นั่งกินกาแฟ และกินข้าวที่โรงครัว โรงครัวของวัดห้วยมงคลในสมัยนั้น จะมีแกงไก่กับฟัก เป็นเมนูหลัก กินเสร็จทำบุญใส่ตู้ อิ่มท้อง อิ่มบุญ แล้วก็กราบลาหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ออกไปทำงาน ทำภาระกิจกันต่อ
และทุกครั้งที่มีเวลาว่างผมจะแวะเข้าไปกราบหลวงปู่ทวดที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้เสมอ และถ้าใครอยากจะอิ่มท้อง อิ่มบุญ ชื่นชมบรรยากาศที่สงบร่มเย็น สวยงาม ผมแนะนำให้มาที่นี่ได้เลยครับ ไม่ใกล้ ไม่ไกล จาก กรุงเทพ และเป็ทางผ่านของผู้ที่เดินทางจากภาคใต้ไปยังภูมิภาคอื่นๆอยู่แล้ว
พรุ่งนี้จะมาพูดคุยกันถึงสถานที่ต่อไปอีกครั้งนะครับ วันนี้ลาไปกับภาพวัดห้วยมงคลและสาระความรู้เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย พบกันอีกครั้งเมื่อเราเจอกันครับ
นภดล มณีวัต
วัดห้วยมงคล จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดห้วยมงคล เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมใช้ชื่อว่า “วัดห้วยคต” ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคต เป็นห้วยมงคล เนื่องจากครั้งที่เสด็จมายังวัดนี้ได้มีดำริให้สร้างถนนใหม่ จากถนนดินเป็นถนนลาดยาง โดยพระราชทานนามให้เช่นเดียวกับชื่อวัด
ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาที่มีศีลจารวัตที่ดีงามเป็นที่เคารพของคนในชุมชนบ้านห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุลรองสมุหราชองครักษ์ได้มีดำริที่จะสร้าง “หลวงพ่อทวด” องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รวมทั้งเผยแพร่และสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน
ด้วยเรื่องราวปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวด พุทธศาสนิกชนในภาคใต้ให้ความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน และรู้จักกันเป็นอย่างดี จึงก่อเกิดการร่วมมือร่วมใจจากหลายองค์กรทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการสร้างประติมากรรมองค์จำลองหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงพ่อทวด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวดโดยรูปหล่อ หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกมีขนาด หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น ชั้นล่างกว้าง 70 เมตร ยาว 70 เมตร โดยภายใต้ฐานยังเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ไว้เพื่อปฏบัติศาสนกิจในวันสำคัญทางศาสนา
นอกจากนี้ที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้ยังมีหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดแกละสลักจากได้ตะเคียนทองขนาดใหญ่อายุกว่าพันปี ที่ฝังอยู่ในทรายใต้แม่น้ำยม จังหวัดแพร่ลึกกว่า 10 เมตร ชาวบ้านเชื่อกันว่าต้นไม้ที่มีแก่นสูง 1 คืบขึ้นไปจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่เพื่อดูแลปกป้องคุ้มครองคนที่มาสักการบูชา เมื่อนำต้นตะเคียนทองมาทำรูปเคารพ เช่นแกะเป็นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจึงมีอนุภาพและความศักดิ์สิทธิ์เป็นทวีสิทธิ์ ดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
สถานที่ตั้ง
ถนนหัวหิน-ห้วยมงคล หมู่ 6 ถนนห้วยมงคล ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
ในสมัยที่ผมยังทำงานอยู่กับบริษัทเก่า ผมอยู่ประจำพื้นที่จังหวัดชุมพร เวลามีอบรมหรือมีตัวอย่างงานติดตั้ง มักจะเริ่มที่หัวหินหรือชะอำ ผมจะออกเดินทางจากชุมพรตอนตีห้า มาถึงหัวหินประมาณช่วงเช้าๆ บางครั้งงานเลื่อนออกไปเป็นช่วงบ่าย ผมก็ได้อาศัยวัดห้วยมงคลแห่งนี้เป็นที่พัก ได้ไหว้พระ นั่งกินกาแฟ และกินข้าวที่โรงครัว โรงครัวของวัดห้วยมงคลในสมัยนั้น จะมีแกงไก่กับฟัก เป็นเมนูหลัก กินเสร็จทำบุญใส่ตู้ อิ่มท้อง อิ่มบุญ แล้วก็กราบลาหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ออกไปทำงาน ทำภาระกิจกันต่อ
และทุกครั้งที่มีเวลาว่างผมจะแวะเข้าไปกราบหลวงปู่ทวดที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้เสมอ และถ้าใครอยากจะอิ่มท้อง อิ่มบุญ ชื่นชมบรรยากาศที่สงบร่มเย็น สวยงาม ผมแนะนำให้มาที่นี่ได้เลยครับ ไม่ใกล้ ไม่ไกล จาก กรุงเทพ และเป็ทางผ่านของผู้ที่เดินทางจากภาคใต้ไปยังภูมิภาคอื่นๆอยู่แล้ว
พรุ่งนี้จะมาพูดคุยกันถึงสถานที่ต่อไปอีกครั้งนะครับ วันนี้ลาไปกับภาพวัดห้วยมงคลและสาระความรู้เพิ่มเติมอีกนิดหน่อย พบกันอีกครั้งเมื่อเราเจอกันครับ
นภดล มณีวัต
วัดห้วยมงคล จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดห้วยมงคล เป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แต่เดิมใช้ชื่อว่า “วัดห้วยคต” ตั้งอยู่ในชุมชนบ้านห้วยคต ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานนามใหม่จากห้วยคต เป็นห้วยมงคล เนื่องจากครั้งที่เสด็จมายังวัดนี้ได้มีดำริให้สร้างถนนใหม่ จากถนนดินเป็นถนนลาดยาง โดยพระราชทานนามให้เช่นเดียวกับชื่อวัด
ต่อมาพระครูปภัสรวรพินิจ หรือพระอาจารย์ไพโรจน์ ปภัสสโร เจ้าอาวาสวัดห้วยมงคลองค์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นพระนักพัฒนาที่มีศีลจารวัตที่ดีงามเป็นที่เคารพของคนในชุมชนบ้านห้วยมงคล และพลเอกวิเศษ คงอุทัยกุลรองสมุหราชองครักษ์ได้มีดำริที่จะสร้าง “หลวงพ่อทวด” องค์ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ รวมทั้งเผยแพร่และสืบทอดพระพุทธศาสนาอีกทั้งให้เป็นที่เคารพสักการบูชาและเป็นที่พึ่งทางใจของเหล่าพุทธศาสนิกชน
ด้วยเรื่องราวปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อทวด พุทธศาสนิกชนในภาคใต้ให้ความเคารพเลื่อมใสมาเป็นเวลานาน และรู้จักกันเป็นอย่างดี จึงก่อเกิดการร่วมมือร่วมใจจากหลายองค์กรทั้งทางภาครัฐและเอกชนในการสร้างประติมากรรมองค์จำลองหลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลก โดย สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร เททองหล่อองค์หลวงพ่อทวด เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2547 และพระราชทานพระราชานุญาตให้คณะกรรมการจัดสร้างอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อ ส.ก. ขึ้นประดิษฐานที่หน้าองค์รูปหล่อองค์หลวงพ่อทวดโดยรูปหล่อ หลวงพ่อทวดองค์ใหญ่ที่สุดในโลกมีขนาด หน้าตักกว้าง 9.9 เมตร สูง 11.5 เมตร บนฐานสูง 3 ชั้น ชั้นล่างกว้าง 70 เมตร ยาว 70 เมตร โดยภายใต้ฐานยังเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ไว้เพื่อปฏบัติศาสนกิจในวันสำคัญทางศาสนา
นอกจากนี้ที่วัดห้วยมงคลแห่งนี้ยังมีหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดแกละสลักจากได้ตะเคียนทองขนาดใหญ่อายุกว่าพันปี ที่ฝังอยู่ในทรายใต้แม่น้ำยม จังหวัดแพร่ลึกกว่า 10 เมตร ชาวบ้านเชื่อกันว่าต้นไม้ที่มีแก่นสูง 1 คืบขึ้นไปจะมีรุกขเทวดาสถิตอยู่เพื่อดูแลปกป้องคุ้มครองคนที่มาสักการบูชา เมื่อนำต้นตะเคียนทองมาทำรูปเคารพ เช่นแกะเป็นหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืดจึงมีอนุภาพและความศักดิ์สิทธิ์เป็นทวีสิทธิ์ ดลบันดาลให้ทุกท่านประสบแต่ความสุขความเจริญปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ
สถานที่ตั้ง
ถนนหัวหิน-ห้วยมงคล หมู่ 6 ถนนห้วยมงคล ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ 77110
วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
น้ำตกสาริกา จังหวัดนครนายก
เมื่อปลายๆปีที่แล้ว ผมพอจะมีเวลาว่างอยู่บ้างเลยออกเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆทั่วประเทศ และเก็บภาพบันทึกความทรงจำมาด้วยบางส่วน วันนี้ว่างๆเลยมาเขียนเล่าให้ได้อ่านกันครับ น้ำตกสาริกาเป็นชื่อน้ำตกที่ผมได้ยินมานานมากแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมจะได้มาเยือนน้ำตกแห่งนี้
น้ำตกสาริกาที่ผมได้เห็นในช่วงฤดูกาลที่น้ำไม่เยอะมากนัก ก็ยังดูสวยงามน่ามอง จนอดคิดไม่ได้ว่า นี่ถ้ามาในฤดูที่มีน้ำมากจะงดงามขนาดไหน วันที่ผมเข้ามานั้นทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เก็บเงินค่าเข้าชมแต่อย่างใด แต่ก้ไม่ได้สอบถามว่าไม่เก็บเฉพาะวันนี้หรือวันอื่นๆก็ไม่เก็บ เอาไว้กลับไปอีกครั้งจะสอบถามมาเล่าให้ฟังกันอีกครั้ง
รายละเอียดเพิ่มเติมของน้ำตกสาริกา http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=29888.0
ศาลเจ้าพ่อจ่าง ที่ดูเข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์
ผมกราบขอพรเจ้าพ่อให้เดินทางปลอดภัย แล้วเดินทางต่อไป เพราะต้องเดินทางต่อไปอีกหลายที่ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ร่างกายอ่อนเพลียมากมาย เลยเขียนมาให้อ่านได้แค่นี้ รอบหน้าจะมีรายละเอียดเรื่องราวต่างๆมาให้อ่านกันมากกว่านี้ วันนี้ลาแค่นี้ก่อนนะครับ
นภดล มณีวัต
น้ำตกสาริกาที่ผมได้เห็นในช่วงฤดูกาลที่น้ำไม่เยอะมากนัก ก็ยังดูสวยงามน่ามอง จนอดคิดไม่ได้ว่า นี่ถ้ามาในฤดูที่มีน้ำมากจะงดงามขนาดไหน วันที่ผมเข้ามานั้นทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เก็บเงินค่าเข้าชมแต่อย่างใด แต่ก้ไม่ได้สอบถามว่าไม่เก็บเฉพาะวันนี้หรือวันอื่นๆก็ไม่เก็บ เอาไว้กลับไปอีกครั้งจะสอบถามมาเล่าให้ฟังกันอีกครั้ง
รายละเอียดเพิ่มเติมของน้ำตกสาริกา http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=29888.0
ศาลเจ้าพ่อจ่าง ที่ดูเข้มขลังและศักดิ์สิทธิ์
ผมกราบขอพรเจ้าพ่อให้เดินทางปลอดภัย แล้วเดินทางต่อไป เพราะต้องเดินทางต่อไปอีกหลายที่ วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ร่างกายอ่อนเพลียมากมาย เลยเขียนมาให้อ่านได้แค่นี้ รอบหน้าจะมีรายละเอียดเรื่องราวต่างๆมาให้อ่านกันมากกว่านี้ วันนี้ลาแค่นี้ก่อนนะครับ
นภดล มณีวัต
วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
สัปดาห์นี้ ผมมีธุระต้องเดินทางขึ้นไปแถวๆ อยุธยา สุพรรณบุรี และมีเวลาว่างอยู่ช่วงหนึ่งจึงเดินทางด้วยรถไฟฟรี ไปเที่ยวเมืองลพบุรี สาเหตุที่เลือกไปที่ลพบุรีเป็นเพราะเคยเห็นสถานที่เก่าๆอยู่หน้าสถานี แต่ผมยังไม่เคยเข้าไป วันนี้เลยถือโอกาสแวะเข้าไปเยี่ยมชมเสียหน่อย เพราะอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟลพบุรีเลยครับ ลงรถไฟแล้วเดินถึงเลย
ค่าเข้าชม 10 บาทเท่านั้น เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่ เจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยทักทยดีมาก เสียอย่างเดียวที่ร้อนมากมาย และรีบกลับกับรถไฟขาเข้ากรุงเทพขบวนต่อไป แต่ก็มีเวลาเพียงพอที่จะชมสถานที่ได้อย่างทั่วถึง ถ้าใครมีเวลาว่าง ลองนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองลิง ลพบุรีดูนะครับ สะดวก รวดเร็ว สวยงามมากๆครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดในตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรี สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด เมื่อเข้าไปในบริเวณวัด จะพบศาลาเปลื้องเครื่องเป็นอันดับแรก ศาลาเปลื้องเครื่องนี้ใช้เป็นที่สำหรับพระเจ้าแผ่นดินเปลื้องเครื่องทรงก่อนที่จะเข้าพิธีทางศาสนาในพระวิหารหรือพระอุโบสถ ปัจจุบันศาลาเปลื้องเครื่องคงเหลือเพียงเสาเอนอยู่เท่านั้น ส่วนอื่นปรักหักพังไปหมดแล้ว ถัดจากศาลาเปลื้องเครื่องเป็นวิหารหลวง ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เป็นวิหารขนาดใหญ่มาก ประตูทำเป็นเหลี่ยมแบบไทย ห น้าต่างเจาะช่องแบบโกธิคของฝรั่งเศส ภายในสร้างฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูป ทางทิศใต้ของวิหารหลวงเป็นพระอุโบสถขนาดย่อม ประตูหน้าต่างเป็นแบบฝรั่งเศสทั้งหมด ห่างไปทางทิศตะวันตกของวิหารหลวงเป็นพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สูงที่สุดในลพบุรี สร้างเป็นพุทธเจดีย์ องค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาแลงโบกปูน มีเครื่องประดับลวดลายเป็นพระพุทธรูปและพุทธประวัติ
ที่ลายปูนปั้นหน้าบันพระปรางค์แสดงถึงอิทธิพลของพุทธศาสนา นิกายมหายาน และซุ้มโคปุระของปรางค์องค์ใหญ่เป็นศิลปะละโว้ มีลายปูนปั้นที่ถือว่างามมาก เดิมคงจะสร้างในสมัยขอมเรืองอำนาจ แต่ได้รับการซ่อมแซมในสมัยสมเด็จพระราเมศวร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และ สมเด็จพระนารายณ์ ลวดลายจึงปะปนกันหลายสมัย ปรางค์องค์นี้เดิมบรรจุพระพุทธรูปไว้เป็นจำนวนมาก ที่ขึ้นชื่อคือ พระเครื่องสมัยลพบุรี เช่น พระหูยาน พระร่วง ซึ่งมีการขุดพบเป็นจำนวนมาก
อีกสิ่งหนึ่งที่สมควรจะกล่าวถึงคือปรางค์รายทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มุมกลีบมะเฟืองทุกมุมปั้นเป็นรูป เทพพนมหันออกรอบทิศ พระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยม พระขนงต่อกัน ลักษณะเป็นศิลปะแบบอู่ทอง ชฎาเป็นทรงสามเหลี่ยมมีรัศมีออกไปโดยรอบ เป็นศิลปะที่มีความงามแปลกตาหาดูได้ยากในเมืองไทย
วัดมหาธาตุ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนพุทธาวาส และสังฆาวาส ซึ่งส่วนหลังนี้ถูกบุกรุกไปหมดแล้วคงเหลือพื้นที่ส่วนพุทธาวาส มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ มีถนนตัดรอบวัด ไม่ได้เข้าไปชมวิ่งรถวนชมรอบ ๆ วัดก็ได้เมื่อผ่านประตูเข้าไปจะเห็น ดังนี้ พระอุโบสถ มีขนาดใหญ่โตมากและเหลือแต่ผนังทั้ง ๔ ด้าน แต่ก็ไม่สมบูรร์นักกับกองพระพุทธรูปที่หัก ๆ ทางซ้ายของพระอุโบสถมี "ศาลาเปลื้องเครื่อง" ซึ่งสันนิษฐานว่า คงสร้างขึ้นภายหลัง เชื่อว่าเมื่อสมเด็จพระนารายณ์ ฯ จะมาประกอบพิธีทางศาสนาคงจะต้องมาเปลื้องเครื่องทรงที่ศาลาหลังนี้ศาลาเปลื้องเครื่อง อยู่ติดกับวิหารเล็ก ๆ แต่ปิดประตูใส่กุญแจไว้ มีพระพุทธไสยาสน์ประทับอยู่มองเห็น
ด้านหลังพระอุโบสถคือ พระปรางค์ซึ่งพระปรางค์เป็นพระปรางค์องค์เดียวโดด ๆ ไม่ใช่เรียงกันสามองค์เช่น พระปรางค์สามยอดแต่เชื่อว่าสร้างในรุ่นเดียวกัน คือ ระหว่าง พ.ศ. 1500 - 1800 บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและได้ชื่อว่ามีลวดลายปูนปั้นงามเป็นเลิศ แต่น่าเสียดายในการบูรณะทำให้เสียหายไปไม่ใช่น้อยแต่ยังพอหลงเหลือให้ชมความงามคือทางซ้ายหรือทางใต้ของพระปรางค์ เงยหน้ามองสูงสักหน่อย ที่หน้าบันจะเห็นภาพพระอมิตาประทับบนดอกบัวมีก้านในสวรรค์สุขาวดี ตามคติพุทธมหายาน ลายปูนปั้นที่หน้ากระดานแถวบนสุด เป็นลายกระหนกที่รับอิทธิพลขอมศิลปะสมัยละโว้ ลายปูนปั้น มกรคายนาคหน้าบันซุ้มโคปุระ หรือซุ้มหน้าของปรางค์ประธาน เป็นศิลปะละโว้ กับอโยธยา
วิหารหลวง อยู่ทางขวาของพระอุโบสถ เข้าใจว่าปฏิสังขรณ์จนกลายแบบไปแล้ว เดิมประตูเป็นศิลปะไทยแต่หน้าต่างนั้นเป็นศิลปะแบบโกธิค ของฝรั่งเศสแสดงว่าสร้างสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ เจดีย์รายอยู่รอบพระปรางค์ใกล้ชิดกำแพงวัด หลายองค์ยังมีภาพลวดลายปูนปั้นที่งดงามอยู่ วิหารคด ยังมีสภาพที่ดีเหลือให้ชมมาบรรจบกันที่ท้ายวิหารหลวง
ค่าเข้าชม 10 บาทเท่านั้น เพื่อเป็นค่าบำรุงรักษาสถานที่ เจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดคุยทักทยดีมาก เสียอย่างเดียวที่ร้อนมากมาย และรีบกลับกับรถไฟขาเข้ากรุงเทพขบวนต่อไป แต่ก็มีเวลาเพียงพอที่จะชมสถานที่ได้อย่างทั่วถึง ถ้าใครมีเวลาว่าง ลองนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองลิง ลพบุรีดูนะครับ สะดวก รวดเร็ว สวยงามมากๆครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เป็นวัดในตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรี สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด เมื่อเข้าไปในบริเวณวัด จะพบศาลาเปลื้องเครื่องเป็นอันดับแรก ศาลาเปลื้องเครื่องนี้ใช้เป็นที่สำหรับพระเจ้าแผ่นดินเปลื้องเครื่องทรงก่อนที่จะเข้าพิธีทางศาสนาในพระวิหารหรือพระอุโบสถ ปัจจุบันศาลาเปลื้องเครื่องคงเหลือเพียงเสาเอนอยู่เท่านั้น ส่วนอื่นปรักหักพังไปหมดแล้ว ถัดจากศาลาเปลื้องเครื่องเป็นวิหารหลวง ซึ่งสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เป็นวิหารขนาดใหญ่มาก ประตูทำเป็นเหลี่ยมแบบไทย ห น้าต่างเจาะช่องแบบโกธิคของฝรั่งเศส ภายในสร้างฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธรูป ทางทิศใต้ของวิหารหลวงเป็นพระอุโบสถขนาดย่อม ประตูหน้าต่างเป็นแบบฝรั่งเศสทั้งหมด ห่างไปทางทิศตะวันตกของวิหารหลวงเป็นพระปรางค์องค์ใหญ่ที่สูงที่สุดในลพบุรี สร้างเป็นพุทธเจดีย์ องค์ปรางค์ก่อด้วยศิลาแลงโบกปูน มีเครื่องประดับลวดลายเป็นพระพุทธรูปและพุทธประวัติ
ที่ลายปูนปั้นหน้าบันพระปรางค์แสดงถึงอิทธิพลของพุทธศาสนา นิกายมหายาน และซุ้มโคปุระของปรางค์องค์ใหญ่เป็นศิลปะละโว้ มีลายปูนปั้นที่ถือว่างามมาก เดิมคงจะสร้างในสมัยขอมเรืองอำนาจ แต่ได้รับการซ่อมแซมในสมัยสมเด็จพระราเมศวร สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ และ สมเด็จพระนารายณ์ ลวดลายจึงปะปนกันหลายสมัย ปรางค์องค์นี้เดิมบรรจุพระพุทธรูปไว้เป็นจำนวนมาก ที่ขึ้นชื่อคือ พระเครื่องสมัยลพบุรี เช่น พระหูยาน พระร่วง ซึ่งมีการขุดพบเป็นจำนวนมาก
อีกสิ่งหนึ่งที่สมควรจะกล่าวถึงคือปรางค์รายทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือที่มุมกลีบมะเฟืองทุกมุมปั้นเป็นรูป เทพพนมหันออกรอบทิศ พระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยม พระขนงต่อกัน ลักษณะเป็นศิลปะแบบอู่ทอง ชฎาเป็นทรงสามเหลี่ยมมีรัศมีออกไปโดยรอบ เป็นศิลปะที่มีความงามแปลกตาหาดูได้ยากในเมืองไทย
วัดมหาธาตุ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนพุทธาวาส และสังฆาวาส ซึ่งส่วนหลังนี้ถูกบุกรุกไปหมดแล้วคงเหลือพื้นที่ส่วนพุทธาวาส มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ มีถนนตัดรอบวัด ไม่ได้เข้าไปชมวิ่งรถวนชมรอบ ๆ วัดก็ได้เมื่อผ่านประตูเข้าไปจะเห็น ดังนี้ พระอุโบสถ มีขนาดใหญ่โตมากและเหลือแต่ผนังทั้ง ๔ ด้าน แต่ก็ไม่สมบูรร์นักกับกองพระพุทธรูปที่หัก ๆ ทางซ้ายของพระอุโบสถมี "ศาลาเปลื้องเครื่อง" ซึ่งสันนิษฐานว่า คงสร้างขึ้นภายหลัง เชื่อว่าเมื่อสมเด็จพระนารายณ์ ฯ จะมาประกอบพิธีทางศาสนาคงจะต้องมาเปลื้องเครื่องทรงที่ศาลาหลังนี้ศาลาเปลื้องเครื่อง อยู่ติดกับวิหารเล็ก ๆ แต่ปิดประตูใส่กุญแจไว้ มีพระพุทธไสยาสน์ประทับอยู่มองเห็น
ด้านหลังพระอุโบสถคือ พระปรางค์ซึ่งพระปรางค์เป็นพระปรางค์องค์เดียวโดด ๆ ไม่ใช่เรียงกันสามองค์เช่น พระปรางค์สามยอดแต่เชื่อว่าสร้างในรุ่นเดียวกัน คือ ระหว่าง พ.ศ. 1500 - 1800 บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและได้ชื่อว่ามีลวดลายปูนปั้นงามเป็นเลิศ แต่น่าเสียดายในการบูรณะทำให้เสียหายไปไม่ใช่น้อยแต่ยังพอหลงเหลือให้ชมความงามคือทางซ้ายหรือทางใต้ของพระปรางค์ เงยหน้ามองสูงสักหน่อย ที่หน้าบันจะเห็นภาพพระอมิตาประทับบนดอกบัวมีก้านในสวรรค์สุขาวดี ตามคติพุทธมหายาน ลายปูนปั้นที่หน้ากระดานแถวบนสุด เป็นลายกระหนกที่รับอิทธิพลขอมศิลปะสมัยละโว้ ลายปูนปั้น มกรคายนาคหน้าบันซุ้มโคปุระ หรือซุ้มหน้าของปรางค์ประธาน เป็นศิลปะละโว้ กับอโยธยา
วิหารหลวง อยู่ทางขวาของพระอุโบสถ เข้าใจว่าปฏิสังขรณ์จนกลายแบบไปแล้ว เดิมประตูเป็นศิลปะไทยแต่หน้าต่างนั้นเป็นศิลปะแบบโกธิค ของฝรั่งเศสแสดงว่าสร้างสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ฯ เจดีย์รายอยู่รอบพระปรางค์ใกล้ชิดกำแพงวัด หลายองค์ยังมีภาพลวดลายปูนปั้นที่งดงามอยู่ วิหารคด ยังมีสภาพที่ดีเหลือให้ชมมาบรรจบกันที่ท้ายวิหารหลวง